• รับบริการจัดส่งฟรีเมื่อซื้อสินค้ามูลค่าเกิน 3,000 บาท

  • 02-641-5879

ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

บริษัทดิจิตอลคอมจำกัด
 1
กันยายน 2569

1.บทนำ

บริษัทดิจิตอลคอมจำกัด (“บริษัท”) ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าผู้ใช้บริการผู้ติดต่อและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทโดยบริษัทตระหนักว่าข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญและบริษัทมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการคุ้มครองข้อมูลดังกล่าวอย่างเหมาะสมรัดกุมให้ถูกต้องตามกฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพ.. 2562

บริษัทจึงจัดทำประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) ฉบับนี้ (“ประกาศ”) เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงวัตถุประสงค์แนวทางและหลักเกณฑ์ที่บริษัทใช้ในการเก็บรวบรวมใช้เปิดเผยและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลรวมถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและสิทธิต่างที่เจ้าของข้อมูลสามารถใช้ได้ตามกฎหมาย 

หากพระราชบัญญัติและ/หรือกฎหมายลำดับรองข้อบังคับประกาศของหน่วยงานราชการเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ออกมาใหม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงบริษัทอาจทบทวนแก้ไขประกาศฉบับนี้เป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายข้างต้นและบริษัทจะเผยแพร่ประกาศซึ่งปรับปรุงแก้ไขใน Website ของบริษัทเพื่อให้ทันสมัยและสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ใหม่นั้น

2. ขอบเขตของประกาศ

2.1 ประกาศฉบับนี้ครอบคลุมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเช่นลูกค้าผู้ใช้บริการสมาชิกผู้ติดต่อผู้ซื้อสินค้าและบุคคลอื่นที่ติดต่อหรือใช้บริการของบริษัทเจ้าของข้อมูล

2.2 ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับกับพนักงานของบริษัทและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของบริษัท

3. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม

บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลตามความจำเป็นและเหมาะสมกับการให้บริการการทำธุรกรรมหรือการติดต่อกับบริษัทโดยจะเก็บรวบรวมข้อมูลเท่าที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ที่บริษัทกำหนดและแจ้งให้ทราบ

ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจเก็บรวบรวมมีดังต่อไปนี้

3.1 ข้อมูลส่วนบุคคลคือข้อมูลที่ทำให้สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมใช้และ/หรือเปิดเผยเช่น

  • ข้อมูลส่วนตัวเช่นชื่อนามสกุลวันเดือนปีเกิดเพศเลขประจำตัวประชาชนหมายเลขหนังสือเดินทาง
  • ข้อมูลบัตรเครดิตบัตรเดบิตเลขบัญชีเงินฝากหรือข้อมูลทางการเงิน
  • ข้อมูลการติดต่อเช่นที่อยู่อาศัยสถานที่ทำงานที่อยู่ที่ติดต่อ (สำหรับกรณีต่างจากที่อยู่อาศัย) หมายเลขโทรศัพท์อีเมลไอดีไลน์บัญชีสื่อสังคม (Social Media Accounts)
  • ข้อมูลอุปกรณ์หรือเครื่องมือ เช่น IP address, MAC address, Cookie ID
  • ข้อมูลอื่นๆเช่นการใช้งานเว็บไซต์เสียงภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหวและข้อมูลอื่นใดที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

3.1.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลให้ไว้แก่บริษัทโดยตรงหรือให้ผ่านบริษัทหรือมีอยู่กับบริษัททั้งที่เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการติดต่อเยี่ยมชมค้นหาผ่านช่องทางดิจิทัลเว็บไซต์ Call Center ผู้ที่ได้รับมอบหมายหรือช่องทางอื่นใด

3.1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับหรือเข้าถึงได้จากแหล่งอื่นซึ่งไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูลโดยตรงเช่นหน่วยงานของรัฐสถาบันการเงินผู้ให้บริการทางการเงินพันธมิตรทางธุรกิจบริษัทข้อมูลเครดิตและผู้ให้บริการข้อมูลเป็นต้นซึ่งบริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งอื่นต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนดเว้นแต่บริษัทมีความจำเป็นตามกรณีที่กฎหมายอนุญาต

3.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data) คือข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายกำหนดเป็นการเฉพาะหมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ความคิดเห็นทางการเมืองความเชื่อในลัทธิศาสนาหรือปรัชญาพฤติกรรมทางเพศประวัติอาชญากรรมข้อมูลสุขภาพความพิการข้อมูลสหภาพแรงงานข้อมูลพันธุกรรมข้อมูลชีวภาพหรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด  ซึ่งบริษัทจะเก็บรวบรวมใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวต่อเมื่อบริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลหรือในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นตามกรณีที่กฎหมายอนุญาตโดยบริษัทอาจต้องเก็บรวบรวมใช้ (ต่อไปในประกาศฉบับนี้หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจงจะเรียกข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวที่เกี่ยวกับเจ้าของข้อมูลข้างต้นรวมกันว่าข้อมูลส่วนบุคคล”)

บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งต่างๆได้แก่

  • เจ้าของข้อมูลโดยตรงเช่นการสมัครสมาชิกการสั่งซื้อสินค้าการกรอกแบบฟอร์มหรือการติดต่อบริษัท 
  • การใช้บริการของบริษัทเช่นข้อมูลการสั่งซื้อการชำระเงินการจัดส่งและการใช้งานเว็บไซต์ 
  • ผู้ให้บริการหรือคู่ค้าของบริษัทเช่นผู้ให้บริการชำระเงินบริษัทขนส่งและผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี 
  • บุคคลหรือหน่วยงานอื่นที่มีสิทธิหรือได้รับมอบหมายให้ให้ข้อมูลแก่บริษัท 
  • แหล่งข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะในกรณีที่บริษัทสามารถเก็บรวบรวมได้โดยชอบด้วยกฎหมาย 

บริษัทจะพิจารณาความจำเป็นและความเหมาะสมของข้อมูลก่อนนำมาใช้หรือประมวลผลและจะดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง


4. วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวมใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจการให้บริการหรือการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับเจ้าของข้อมูลโดยจะดำเนินการตามฐานทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องและจะไม่ประมวลผลข้อมูลในลักษณะที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้เว้นแต่กฎหมายจะอนุญาตหรือกำหนดให้สามารถดำเนินการได้   บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ของการดำเนินการดังต่อไปนี้

4.1 การสมัครสมาชิกและการบริหารจัดการบัญชีผู้ใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ E-commerce ของบริษัท

เพื่อดำเนินการสมัครสมาชิกสร้างบัญชีตรวจสอบและยืนยันตัวตนการเข้าสู่ระบบการจัดการข้อมูลส่วนตัวสถานะสมาชิกสิทธิประโยชน์และรักษาความปลอดภัยของบัญชีรวมถึงเชื่อมโยงข้อมูลการสั่งซื้อและการใช้บริการที่เกี่ยวข้องกับบัญชี

4.2 การสั่งซื้อสินค้าการชำระเงินและการจัดส่ง

เพื่อรับตรวจสอบและดำเนินการตามคำสั่งซื้อสินค้าและบริการรวมถึงการตรวจสอบราคาโปรโมชั่นส่วนลดสถานะคำสั่งซื้อการชำระเงินการคืนเงินและการจัดส่งสินค้าตลอดจนการประสานงานกับธนาคารผู้ให้บริการชำระเงินบริษัทขนส่งหรือผู้ให้บริการ Logistics ที่เกี่ยวข้อง

4.3 การออกเอกสารและการดำเนินการด้านบัญชีและภาษี

เพื่อจัดทำใบเสร็จรับเงินใบกำกับภาษีใบลดหนี้ใบเพิ่มหนี้เอกสารทางบัญชีและเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายรวมถึงการจัดเก็บข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายด้านบัญชีภาษีและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

4.4 การให้บริการลูกค้าการรับประกันและบริการหลังการขาย

เพื่อให้บริการตอบข้อสอบถามรับเรื่องร้องเรียนแก้ไขปัญหาดำเนินการรับประกันการเคลมการซ่อมแซมการคืนหรือเปลี่ยนสินค้าการคืนเงินและบริการหลังการขายรวมถึงการประสานงานกับผู้ผลิตตัวแทนจำหน่ายศูนย์บริการหรือผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง

4.5 การบริหารสมาชิกสิทธิประโยชน์และกิจกรรมส่งเสริมการขาย

เพื่อบริหารคะแนนสะสมระดับสมาชิกคูปองส่วนลดโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ต่างๆรวมถึงการจัดกิจกรรมการประกวดการจับรางวัลการแจกของรางวัลและการดำเนินการตามเงื่อนไขของกิจกรรม

4.6 การสื่อสารและการตลาด

เพื่อส่งข่าวสารข้อมูลสินค้าและบริการโปรโมชั่นสิทธิประโยชน์หรือข้อเสนอทางการตลาดผ่านช่องทางต่างๆเช่นอีเมล SMS โทรศัพท์ LINE Push Notification หรือช่องทางดิจิทัลอื่น

ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมบริษัทจะขอความยินยอมก่อนดำเนินการและเจ้าของข้อมูลสามารถถอนความยินยอมหรือปฏิเสธการรับข้อมูลทางการตลาดได้ตามช่องทางที่บริษัทกำหนด

4.7 การวิเคราะห์และพัฒนาสินค้าเว็บไซต์ระบบและบริการ

เพื่อวิเคราะห์การใช้งานเว็บไซต์การค้นหาการเข้าชมสินค้าประวัติการสั่งซื้อการตอบสนองต่อการสื่อสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาปรับปรุงสินค้าบริการเว็บไซต์ระบบ E-commerce และประสบการณ์การใช้งานรวมถึงการนำเสนอสินค้าเนื้อหาหรือข้อเสนอที่เหมาะสมกับความสนใจของเจ้าของข้อมูล

ทั้งนี้การใช้ Cookies หรือเทคโนโลยีติดตามเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวจะเป็นไปตาม Cookie Policy และฐานทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

4.8 การรักษาความปลอดภัยและป้องกันการทุจริต

เพื่อรักษาความปลอดภัยของเว็บไซต์ระบบบัญชีผู้ใช้งานและธุรกรรมรวมถึงการตรวจสอบและป้องกันการทุจริตการฉ้อโกงการโจมตีทางไซเบอร์การใช้บัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาตการสร้างบัญชีปลอมหรือการใช้โปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์โดยมิชอบ

4.9 การบริหารธุรกิจและการดำเนินงานของบริษัท

เพื่อบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าคู่ค้าผู้ให้บริการและพันธมิตรทางธุรกิจรวมถึงการประสานงานการทำสัญญาการตรวจสอบการปฏิบัติตามสัญญาการตรวจสอบภายในการบริหารความเสี่ยงการตรวจสอบธุรกรรมและการดำเนินงานที่จำเป็นต่อธุรกิจของบริษัท  ตลอดจนการรักษาความปลอดภัยอาคารสถานที่ด้วยเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆเช่น CCTV

4.10 การปฏิบัติตามกฎหมายและการปกป้องสิทธิของบริษัท

เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายกฎระเบียบหรือคำสั่งของศาลและหน่วยงานที่มีอำนาจรวมถึงการใช้หรือปกป้องสิทธิของบริษัทการติดตามหนี้การระงับข้อพิพาทการดำเนินคดีการเรียกร้องค่าเสียหายหรือการดำเนินการอื่นที่จำเป็นตามกฎหมาย

4.11 การปรับโครงสร้างหรือการโอนธุรกิจ

ในกรณีที่บริษัทมีการควบรวมกิจการซื้อหรือขายกิจการโอนสินทรัพย์ปรับโครงสร้างองค์กรหรือธุรกรรมทางธุรกิจอื่นบริษัทอาจประมวลผลหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่คู่สัญญาที่ปรึกษาผู้ตรวจสอบหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเท่าที่จำเป็นและเป็นไปตามกฎหมาย

4.12 วัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายอนุญาต

บริษัทอาจเก็บรวบรวมใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจหรือการให้บริการโดยบริษัทจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบและ/หรือขอความยินยอมตามที่กฎหมายกำหนด

หากบริษัทมีความจำเป็นต้องนำข้อมูลไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใหม่ที่แตกต่างจากวัตถุประสงค์เดิมบริษัทจะพิจารณาฐานทางกฎหมายและดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดก่อนดำเนินการดังกล่าว


5. ฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูล

บริษัทจะเก็บรวบรวมใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยฐานทางกฎหมายที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และลักษณะของการประมวลผลในแต่ละกรณีโดยคำนึงถึงความจำเป็นสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลและข้อกำหนดตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  ฐานทางกฎหมายที่บริษัทใช้มีดังนี้

5.1 ฐานความยินยอม (Consent)

บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลในกรณีที่กฎหมายกำหนดหรือกรณีที่บริษัทจำเป็นต้องขอความยินยอม  การขอความยินยอมจะดำเนินการอย่างชัดเจนและเจ้าของข้อมูลสามารถถอนความยินยอมได้ตามช่องทางที่บริษัทกำหนดทั้งนี้การถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อการประมวลผลที่บริษัทได้ดำเนินการโดยชอบก่อนการถอนความยินยอมในกรณีที่การถอนความยินยอมส่งผลให้บริษัทไม่สามารถให้บริการบางประเภทได้บริษัทจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบตามความเหมาะสม

5.2 ฐานการปฏิบัติตามสัญญา (Contract)

บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ต้องขอความยินยอมหากมีความจำเป็นต่อการเข้าทำสัญญาการปฏิบัติตามสัญญาหรือการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลก่อนเข้าทำสัญญา  ตัวอย่างเช่นการสมัครสมาชิกการรับและดำเนินการตามคำสั่งซื้อการชำระเงินการจัดส่งสินค้าการคืนหรือเปลี่ยนสินค้าการรับประกันและการให้บริการหลังการขาย

5.3 ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย (Legal Obligation)

บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อมีความจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายเช่นกฎหมายด้านบัญชีและภาษีกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องรวมถึงการปฏิบัติตามคำสั่งของศาลหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานกำกับดูแลที่มีอำนาจตามกฎหมาย

5.4 ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interests)

บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องโดยจะพิจารณาว่าการประมวลผลมีความจำเป็นและไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลเกินสมควร

ตัวอย่างเช่นการรักษาความปลอดภัยของเว็บไซต์และระบบการป้องกันการทุจริตการตรวจสอบการใช้งานที่ผิดปกติการวิเคราะห์และปรับปรุงบริการการบริหารความเสี่ยงการตรวจสอบภายในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าและการปกป้องสิทธิหรือสิทธิเรียกร้องของบริษัท

5.5 ฐานเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิตร่างกายหรือสุขภาพ (Vital Interests)

บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมหากมีความจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิตร่างกายหรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลหรือบุคคลอื่นและไม่สามารถขอความยินยอมได้ในขณะนั้น

5.6 ฐานเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

ในกรณีที่บริษัทมีหน้าที่หรือได้รับมอบหมายให้ดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดบริษัทอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามฐานทางกฎหมายดังกล่าวเท่าที่จำเป็นและอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย

5.7 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว

หากบริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวบริษัทจะดำเนินการตามฐานทางกฎหมายและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดเป็นการเฉพาะรวมถึงจัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม

บริษัทจะพิจารณาฐานทางกฎหมายให้เหมาะสมกับแต่ละกิจกรรมโดยการประมวลผลข้อมูลหนึ่งกิจกรรมอาจใช้ฐานทางกฎหมายแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์เช่นการสั่งซื้อสินค้าอาจใช้ฐานการปฏิบัติตามสัญญาการออกใบกำกับภาษีอาจใช้ฐานหน้าที่ตามกฎหมายและการส่งข้อมูลทางการตลาดอาจใช้ฐานความยินยอมหรือฐานอื่นที่กฎหมายอนุญาตแล้วแต่กรณี

หากข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อการให้บริการการทำสัญญาหรือการปฏิบัติตามกฎหมายและเจ้าของข้อมูลไม่ให้ข้อมูลดังกล่าวบริษัทอาจไม่สามารถดำเนินการตามคำขอหรือให้บริการบางส่วนได้โดยบริษัทจะแจ้งให้ทราบตามความเหมาะสม


6. การเปิดเผยการส่งต่อและการโอนข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทเปิดเผยส่งต่อหรืออนุญาตให้บุคคลหรือหน่วยงานอื่นเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจการให้บริการการปฏิบัติตามกฎหมายหรือวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องโดยบริษัทจะพิจารณาฐานทางกฎหมายความจำเป็นและมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสมในแต่ละกรณี

6.1 การเปิดเผยและการส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น

  • บริษัทในเครือบริษัทภายใต้การควบคุมเดียวกันและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง 
  • ผู้ให้บริการระบบ E-commerce, Software, Cloud, Hosting, Database, Infrastructure, Cybersecurity และเทคโนโลยีสารสนเทศ 
  • ธนาคารผู้ให้บริการ Payment Gateway ผู้ให้บริการรับชำระเงินและสถาบันการเงิน 
  • บริษัทขนส่งผู้ให้บริการ Logistics คลังสินค้าและผู้ให้บริการจัดส่งสินค้า 
  • ผู้ผลิตเจ้าของแบรนด์ตัวแทนจำหน่ายศูนย์บริการและผู้ให้บริการซ่อมแซม 
  • ผู้ให้บริการ Customer Service, Call Center, Contact Center และบริการสนับสนุนลูกค้า 
  • ผู้ให้บริการด้านการตลาดการสื่อสาร Analytics, Advertising และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง 
  • ผู้ให้บริการจัดเก็บ Digital Archiving และทำลายเอกสาร 
  • ผู้สอบบัญชีที่ปรึกษากฎหมายที่ปรึกษาภาษีที่ปรึกษาทางธุรกิจผู้ตรวจสอบและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง 
  • บริษัทประกันภัยนายหน้าประกันภัยผู้ประเมินความเสียหายและผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง 
  • คู่ค้าตัวแทนและพันธมิตรทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการการจัดกิจกรรมโปรโมชั่นหรือสิทธิประโยชน์ 
  • คู่สัญญาผู้รับโอนสิทธิหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมซื้อขายหรือโอนกิจการหรือทรัพย์สิน 
  • ศาลหน่วยงานราชการหน่วยงานกำกับดูแลเจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมาย 
  • บุคคลที่เจ้าของข้อมูลมอบหมายหรือร้องขอให้บริษัทเปิดเผยข้อมูล 
  • บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการทุจริตการฉ้อโกงการโจมตีทางไซเบอร์หรือการกระทำที่ผิดกฎหมาย 
  • บุคคลหรือหน่วยงานที่จำเป็นต่อการจัดตั้งใช้หรือปกป้องสิทธิเรียกร้องของบริษัทรวมถึงการดำเนินคดีการระงับข้อพิพาทการติดตามหนี้หรือการเรียกร้องค่าเสียหาย 

บริษัทจะเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดและอาจกำหนดข้อตกลงเงื่อนไขหรือมาตรการที่เหมาะสมให้แก่ผู้รับข้อมูลเพื่อให้มีการใช้หรือประมวลผลข้อมูลตามวัตถุประสงค์รักษาความมั่นคงปลอดภัยและปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

6.2 การโอนหรือส่งข้อมูลไปยังต่างประเทศ

บริษัทส่งโอนเปิดเผยหรืออนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศในกรณีที่มีการใช้บริการ Cloud, Data Center, Software, E-commerce Platform, Payment Gateway, Technology, Cybersecurity, Analytics, Marketing, Communication หรือบริการอื่นที่มีการจัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลในต่างประเทศรวมถึงกรณีที่มีการดำเนินงานร่วมกับบริษัทในเครือคู่ค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจในต่างประเทศ

บริษัทจะดำเนินการโอนหรือส่งข้อมูลไปยังต่างประเทศโดยพิจารณาหลักเกณฑ์ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลรวมถึงความเหมาะสมของประเทศหรือปลายทางมาตรการคุ้มครองข้อมูลข้อตกลงหรือเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องและมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเช่นการควบคุมสิทธิการเข้าถึงการเข้ารหัสการบันทึกและตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลและการกำหนดหน้าที่ของผู้รับข้อมูล

ในกรณีที่ประเทศปลายทางไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลที่เพียงพอบริษัทจะดำเนินการโอนข้อมูลเมื่อมีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมหรือเข้าข้อยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนดรวมถึงกรณีที่มีความยินยอมการโอนที่จำเป็นต่อการปฏิบัติตามสัญญาหรือกรณีอื่นที่กฎหมายอนุญาต

บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงประเทศปลายทางผู้ให้บริการหรือสถานที่จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลตามความจำเป็นทางธุรกิจโดยจะดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมายและแจ้งหรือขอความยินยอมเพิ่มเติมเมื่อกฎหมายกำหนด

6.3 Cookies และเทคโนโลยีที่คล้ายกัน

เว็บไซต์ของบริษัทใช้ Cookies, Web Beacons, Pixels, Tags, SDKs, Local Storage และเทคโนโลยีที่คล้ายกันเพื่อให้เว็บไซต์และระบบสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องรักษาความปลอดภัยจดจำการตั้งค่าและสถานะการใช้งานวิเคราะห์และปรับปรุงเว็บไซต์วัดผลทางการตลาดนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาที่เหมาะสมรวมถึงป้องกันการทุจริตหรือการใช้งานระบบโดยมิชอบทั้งนี้การใช้เทคโนโลยีแต่ละประเภทจะเป็นไปตามวัตถุประสงค์และลักษณะการให้บริการที่เกี่ยวข้อง

Cookies ที่บริษัทหรือบุคคลภายนอกใช้ได้แก่ Cookies ที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบ Cookies สำหรับการจดจำการตั้งค่า Cookies สำหรับ Analytics หรือ Performance Cookies สำหรับ Advertising หรือ Marketing และ Third-Party Cookies โดยอาจเป็นทั้ง Session Cookies และ Persistent Cookies ตามลักษณะและระยะเวลาการใช้งาน

ข้อมูลที่ได้รับจาก Cookies และเทคโนโลยีที่คล้ายกันอาจรวมถึง IP Address ประเภทอุปกรณ์ระบบปฏิบัติการ Browser วันที่และเวลาการใช้งานหน้าเว็บไซต์หรือสินค้าที่เข้าชมคำค้นหาแหล่งที่มาของการเข้าชมการคลิกการใช้งาน Session ข้อมูลตะกร้าสินค้าและข้อมูลเกี่ยวกับการตอบสนองต่อโฆษณาหรือกิจกรรมทางการตลาดทั้งนี้ข้อมูลที่ได้รับจริงขึ้นอยู่กับประเภทของเทคโนโลยีและบริการที่บริษัทหรือบุคคลภายนอกนำมาใช้

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถจัดการหรือเปลี่ยนแปลงการตั้งค่า Cookies ผ่านเครื่องมือที่บริษัทจัดให้หรือผ่านการตั้งค่าของ Browser หรืออุปกรณ์ที่ใช้งานทั้งนี้การปิดหรือจำกัด Cookies บางประเภทอาจทำให้เว็บไซต์หรือบริการบางส่วนไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

สำหรับ Cookies หรือเทคโนโลยีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมบริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมก่อนใช้งานและเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถเปลี่ยนแปลงหรือถอนความยินยอมได้ตามช่องทางที่บริษัทกำหนดโดยการถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อการประมวลผลที่ดำเนินการโดยชอบก่อนการถอนความยินยอม

รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของ Cookies ผู้ให้บริการวัตถุประสงค์ระยะเวลาการจัดเก็บและวิธีการจัดการความยินยอมให้เป็นไปตาม Cookie Policy ของบริษัทซึ่งบริษัทจะทบทวนและปรับปรุงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเว็บไซต์เทคโนโลยีผู้ให้บริการรูปแบบธุรกิจและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง


7. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลและจะจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมทั้งด้านการบริหารจัดการด้านเทคนิคและด้านกายภาพเพื่อป้องกันการสูญหายการเข้าถึงการใช้การเปลี่ยนแปลงการเปิดเผยการทำลายหรือการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายบริษัทจะพิจารณามาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้เหมาะสมกับลักษณะของข้อมูลความเสี่ยงวัตถุประสงค์และรูปแบบการประมวลผลเทคโนโลยีและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องโดยครอบคลุมถึงมาตรการดังต่อไปนี้

  • การบริหารจัดการและควบคุมการเข้าถึงบริษัทกำหนดนโยบายหน้าที่ความรับผิดชอบและสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลตามความจำเป็นรวมถึงการใช้มาตรการยืนยันตัวตนการจำกัดสิทธิการทบทวนสิทธิและการบันทึกหรือตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลตามความเหมาะสม 
  • มาตรการด้านเทคนิคและระบบสารสนเทศบริษัทอาจใช้มาตรการเช่นการเข้ารหัสข้อมูลการรักษาความปลอดภัยเครือข่าย Firewall การป้องกัน Malware และภัยคุกคามทางไซเบอร์การติดตั้ง Security Patch การสำรองและกู้คืนข้อมูลการจัดเก็บ Log และการตรวจสอบหรือทดสอบความมั่นคงปลอดภัยของระบบ 
  • การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต์และแพลตฟอร์มออนไลน์ E-commerce บริษัทจะจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมสำหรับเว็บไซต์ระบบสมาชิกระบบคำสั่งซื้อระบบชำระเงินและระบบที่เกี่ยวข้องรวมถึงการควบคุมสิทธิการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์และการตรวจสอบกิจกรรมที่ผิดปกติ 
  • การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางกายภาพและอุปกรณ์บริษัทควบคุมการเข้าถึงสถานที่อุปกรณ์ Server สื่อบันทึกข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องรวมถึงจัดเก็บลบหรือทำลายข้อมูลเมื่อหมดความจำเป็นอย่างเหมาะสม 
  • การรักษาความลับของข้อมูลบริษัทกำหนดให้พนักงานผู้รับจ้างผู้ให้บริการและบุคคลที่เกี่ยวข้องต้องรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลและห้ามนำข้อมูลไปใช้หรือเปิดเผยนอกเหนือจากหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุญาต 
  • ผู้ให้บริการและบุคคลภายนอกในกรณีที่ผู้ให้บริการหรือบุคคลภายนอกเข้าถึงหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลบริษัทพิจารณากำหนดข้อกำหนดด้านความมั่นคงปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสมรวมถึงหน้าที่ในการแจ้งเหตุผิดปกติหรือเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล 
  • การจัดการเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลหากเกิดเหตุที่อาจกระทบต่อข้อมูลส่วนบุคคลบริษัทดำเนินการตรวจสอบประเมินความเสี่ยงจำกัดผลกระทบแก้ไขเหตุการณ์และดำเนินการแจ้งหน่วยงานหรือเจ้าของข้อมูลตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด 
  • การตรวจสอบและปรับปรุงมาตรการบริษัททบทวนประเมินและปรับปรุงมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีรูปแบบธุรกิจประเภทและระดับความเสี่ยงของข้อมูลและภัยคุกคามที่เกี่ยวข้อง 

ทั้งนี้แม้บริษัทจะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมแล้วการใช้งานระบบหรือการส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตยังอาจมีความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัทบริษัทจะดำเนินการตามสมควรเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงดังกล่าวตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง


8. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูล

บริษัทเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ในการประมวลผลการให้บริการการดำเนินธุรกรรมการปฏิบัติตามกฎหมายหรือการใช้และปกป้องสิทธิของบริษัทโดยพิจารณาจากประเภทของข้อมูลลักษณะการใช้งานและความจำเป็นในแต่ละกรณี

8.1 หลักเกณฑ์ในการกำหนดระยะเวลาเก็บรักษา

บริษัทพิจารณาระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลโดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์ในการประมวลผลระยะเวลาการให้บริการหรือความสัมพันธ์กับเจ้าของข้อมูลหน้าที่ตามกฎหมายและสัญญาอายุความความจำเป็นในการจัดทำบัญชีและภาษีตลอดจนความจำเป็นในการตรวจสอบป้องกันการทุจริตหรือใช้และปกป้องสิทธิเรียกร้องของบริษัท

8.2 การเก็บรักษาข้อมูลตามประเภทและวัตถุประสงค์

บริษัทเก็บรักษาข้อมูลบัญชีสมาชิกข้อมูลคำสั่งซื้อและประวัติการซื้อข้อมูลการติดต่อและบริการลูกค้าข้อมูลการชำระเงินข้อมูลเพื่อการตลาดตลอดจนข้อมูล Cookies และข้อมูลทางเทคนิคเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของข้อมูลแต่ละประเภททั้งนี้ระยะเวลาที่แท้จริงอาจแตกต่างกันตามลักษณะของข้อมูลและการให้บริการ

8.3 การเก็บรักษาข้อมูลตามกฎหมายหรือเพื่อปกป้องสิทธิ

แม้สิ้นสุดวัตถุประสงค์ในการให้บริการแล้วบริษัทอาจเก็บรักษาข้อมูลต่อไปเท่าที่จำเป็นหากมีกฎหมายหรือหน่วยงานที่มีอำนาจกำหนดมีข้อพิพาทหรือคดีที่เกี่ยวข้องจำเป็นต่อการป้องกันหรือสอบสวนการทุจริตหรือจำเป็นต่อการดำเนินการตามสิทธิหรือข้อเรียกร้องทางกฎหมายของบริษัทรวมถึงการเรียกร้องค่าเสียหายการดำเนินคดีหรือการต่อสู้คดี

8.4 การลบทำลายหรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้

เมื่อพ้นระยะเวลาที่จำเป็นในการเก็บรักษาและไม่มีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการเก็บรักษาต่อบริษัทจะดำเนินการลบทำลายหรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ตามประเภทรูปแบบและสถานที่จัดเก็บข้อมูล

8.5 การเก็บรักษาข้อมูลในระบบสำรอง

ข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วนอาจยังปรากฏอยู่ในระบบสำรองข้อมูล (Backup) หรือระบบ Disaster Recovery หลังจากถูกลบจากระบบหลักแล้วบริษัทจะจำกัดการเข้าถึงและการนำข้อมูลดังกล่าวกลับมาใช้งานและดำเนินการลบหรือทำลายตามรอบการจัดการระบบสำรองข้อมูลของบริษัท

8.6 การทบทวนระยะเวลาเก็บรักษา

บริษัทจะทบทวนความจำเป็นและความเหมาะสมของระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเป็นระยะตามความเหมาะสมโดยพิจารณาจากการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจเทคโนโลยีระบบสารสนเทศความเสี่ยงและข้อกำหนดทางกฎหมาย

บริษัทอาจจัดทำ Data Retention Schedule เพื่อกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภทให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ในการประมวลผลและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง


9. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลการร้องขอใช้สิทธิการแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์

สิทธิของเจ้าของข้อมูลในข้อนี้เป็นสิทธิตามกฎหมายที่เจ้าของข้อมูลควรทราบโดยเจ้าของข้อมูลสามารถขอใช้สิทธิต่างๆได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายและประกาศที่กำหนดไว้ในขณะนี้หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคตตลอดจนหลักเกณฑ์ตามที่บริษัทกำหนดขึ้นและในกรณีเจ้าของข้อมูลมีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์หรือถูกจำกัดความสามารถในการทำนิติกรรมตามกฎหมายเจ้าของข้อมูลสามารถขอใช้สิทธิโดยให้บิดาและมารดาผู้ใช้อำนาจปกครองหรือมีผู้อำนาจกระทำการแทนเป็นผู้แจ้งความประสงค์

9.1 สิทธิขอถอนความยินยอม : หากเจ้าของข้อมูลได้ให้ความยินยอมให้บริษัทเก็บรวบรวมใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล(ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่เจ้าของข้อมูลให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น) เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลอยู่กับบริษัทเว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมายหรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลอยู่

ทั้งนี้การถอนความยินยอมของเจ้าของข้อมูลอาจส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลจากการใช้ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการต่างๆเช่นเจ้าของข้อมูลจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์โปรโมชั่นหรือข้อเสนอใหม่ๆไม่ได้รับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ดียิ่งขึ้นและสอดคล้องกับความต้องการของเจ้าของข้อมูลหรือไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลเป็นต้นเพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลจึงควรศึกษาและสอบถามถึงผลกระทบก่อนเพิกถอนความยินยอม


 9.2 สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล : เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทและขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่เจ้าของข้อมูลรวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยว่าบริษัทได้ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลมาได้อย่างไร

9.3 สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล : เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลในกรณีที่บริษัทได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบให้สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติรวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติและมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรงเว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค

           ทั้งนี้ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลข้างต้นต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการเก็บรวบรวมใช้และ/หรือเปิดเผยหรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจำเป็นต้องเก็บรวบรวมใช้และ/หรือเปิดเผยเพื่อให้เจ้าของข้อมูลสามารถใช้ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัทได้ตามความประสงค์ซึ่งเจ้าของข้อมูลเป็นคู่สัญญาอยู่กับบริษัทหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลก่อนใช้ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัทหรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นตามที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายกำหนด

9.4 สิทธิขอคัดค้าน :เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวมใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลในเวลาใดก็ได้หากการเก็บรวบรวมใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลที่ทำขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นโดยไม่เกินขอบเขตที่เจ้าของข้อมูลสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผลหรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์หากเจ้าของข้อมูลยื่นคัดค้านบริษัทจะยังคงดำเนินการเก็บรวบรวมใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลต่อไปเฉพาะที่บริษัทสามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของเจ้าของข้อมูลหรือเป็นไปเพื่อการยืนยันสิทธิตามกฎหมายการปฏิบัติตามกฎหมายหรือการต่อสู้ในการฟ้องร้องตามกฎหมายตามแต่ละกรณี

          นอกจากนี้เจ้าของข้อมูลยังมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวมใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลที่ทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดหรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ประวัติศาสตร์หรือสถิติได้อีกด้วย

9.5 สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล : เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวเจ้าของข้อมูลได้หากเจ้าของข้อมูลเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลถูกเก็บรวบรวมใช้และ/หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือเห็นว่าบริษัทหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้หรือเมื่อเจ้าของข้อมูลได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว

9.6 สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล : เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอคัดค้านของเจ้าของข้อมูลหรือกรณีอื่นใดที่บริษัทหมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่เจ้าของข้อมูลขอให้บริษัทระงับการใช้แทน

9.7 สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล :เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลให้ถูกต้องเป็นปัจจุบันสมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

9.8 สิทธิร้องเรียน : เจ้าของข้อมูลมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหากเจ้าของข้อมูลเชื่อว่าการเก็บรวบรวมใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

9.9 การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลดังกล่าวข้างต้นอาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องและมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่บริษัทอาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของเจ้าของข้อมูลได้เช่นต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาลเพื่อประโยชน์สาธารณะการใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่นเป็นต้นหากบริษัทปฏิเสธคำขอข้างต้นบริษัทจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้เจ้าของข้อมูลทราบด้วย


10. การเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว

บริษัทอาจแก้ไขปรับปรุงหรือเพิ่มเติมประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลรูปแบบการดำเนินธุรกิจผลิตภัณฑ์และบริการเทคโนโลยีระบบสารสนเทศตลอดจนแนวทางและกระบวนการในการเก็บรวบรวมใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท

เมื่อมีการปรับปรุงประกาศบริษัทจะเผยแพร่ประกาศฉบับปรับปรุงผ่านเว็บไซต์หรือช่องทางที่เหมาะสมพร้อมระบุวันที่มีผลใช้บังคับหรือวันที่ปรับปรุงล่าสุดเพื่อให้เจ้าของข้อมูลสามารถตรวจสอบประกาศฉบับปัจจุบันได้

หากการเปลี่ยนแปลงประกาศมีสาระสำคัญและอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูลหรือเปลี่ยนแปลงลักษณะหรือวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลบริษัทจะดำเนินการแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบตามความเหมาะสมและตามที่กฎหมายกำหนด

ในกรณีที่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้บริษัทจำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลเพิ่มเติมบริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดก่อนดำเนินการในส่วนที่ต้องได้รับความยินยอม

การที่เจ้าของข้อมูลยังคงใช้เว็บไซต์ระบบบัญชีสมาชิกหรือบริการของบริษัทภายหลังจากประกาศฉบับปรับปรุงมีผลใช้บังคับจะไม่ถือเป็นการให้ความยินยอมต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง  บริษัทจัดเก็บประวัติการเปลี่ยนแปลงประกาศเพื่อใช้ในการตรวจสอบย้อนหลังและแสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการประกาศคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล


11. ช่องทางการติดต่อ

กรณีเจ้าของข้อมูลต้องการติดต่อมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลสามารถติดต่อบริษัทฯหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯได้ดังช่องทางต่อไปนี้

(1) เจ้าของข้อมูลสามารถติดต่อบริษัทฯได้ดังนี้  ติดต่อบริษัทฯ : ผ่านช่องทางเว็บไซต์ www.digitalcom.co.th

(2)เจ้าของข้อมูลสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer) ดังนี้

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: [email protected]